ปีที่ : 7     ฉบับที่ : 63
เดือน : มีนาคม 2549
Issue :
คุยกับ บ.ก.ค่ะ
  ตอนนี้ก็เข้าเดือนซอฟัร เดือนที่ 2 ของปฏิทินอิสลาม ฮ.ศ.1427 “นิสา วาไรตี้” ก็เข้าสู่ฉบับที่ 63 แล้ว ประจำเดือนมีนาคม 2549 เรียกว่าไตรมาสแรกของปีนี้กำลังจะจากเราไป
Admin Control     Mail besed
นิสาเพื่อคุณ
  << แนะนำคนเก่ง
  << แนะนำร้านอาหาร
  << แนะนำสถานที่
สมัครผู้หญิงหน้าปก
ผู้สนับสนุน

islamic bank



รณรงค์พิทักษ์ฮิญาบ

ในอังกฤษ

กลุ่มพิทักษ์ฮิญาบได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในหัวข้อ

‘Hijab Unveiled : A Day of Reflection’ ณ ศาลาประชาคมเคนซิงตัน

เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548

            วัตถุประสงค์ของการประชุม เน้นการให้ความสำคัญกับ ‘วันแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของฮิญาบสากล ปี 2005’ ประธานกลุ่มพิทักษ์ฮิญาบ รัชนารา อัคบาร์ กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้สตรีมุสลิมอังกฤษที่คลุมฮิญาบ จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่แนวความคิดและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับผ้าสี่เหลี่ยมผืนนี้ ก็ยังคงมีอยู่มากมายเช่นกัน จุดมุ่งหมายหนึ่งของกลุ่มพิทักษ์ฮิญาบ คือให้ความรู้ความเข้าใจ และยกระดับความ สำนึก ซึ่งการประชุมที่ผ่านมาได้บรรลุผล ในจุดประสงค์ทั้งสองประการนี้”

          เชคฮาอิตัม อัล-ฮุดด๊าด สมาชิกของสภาชาริอะฮ์แห่งอิสลาม อภิปรายว่าฮิญาบเป็นวายิบ(จำเป็นต้องปฏิบัติ) โดยยกอายะฮฺ  กุรอานหลายโองการ รวมทั้งฮะดีษของท่านนบี (ซ.ล.) มากมาย เขากล่าวว่า “เป็นสิ่งที่ชัดเจนตามอัล-กุรอาน ซุนนะฮฺของท่านนบี (ซ.ล.) และการปฏิบัติของซอฮาบะฮฺ ว่าฮิญาบเป็นสิ่งจำเป็นต้องปฏิบัติ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า มุสลิมทุกมัสฮับ ลงความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องฮิญาบ ข้าพเจ้าท้าให้หาผู้รู้สักคนหนึ่ง จะเป็นซุนนี ชีอะฮฺ มุตะซิละ คอวาริดจ์ หรืออะไรก็ได้   ผู้รู้เหล่านั้นต่างเห็นด้วยในหลักการของ  ฮิญาบ มุสลิมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และตามหลักการแล้ว สิ่งที่เป็นวายิบถูกกำหนด มายังเราโดยอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ดังนั้นเราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้สังคมดีขึ้น วิธีเดียวที่จะทำให้สังคมดีขึ้นก็คือ เราต้องเป็นมุสลิมที่ดี และต้องเผยแผ่สัจธรรมของอิสลาม ส่วนหนึ่งของการเผยแผ่อิสลาม คือการให้ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของฮิญาบ ในฐานะมุสลิมเราสนับสนุนการคลุมฮิญาบ”

            อดีตประธานสมาคมมุสลิมแห่ง อังกฤษ (MAB) ดร.อานัส อัล-ติกริตี้ กล่าวสนับสนุนการรณรงค์ของกลุ่มพิทักษ์ฮิญาบ ว่า “ปัจจุบันนี้ผู้คนมีความคุ้นเคยและรับรู้เกี่ยวกับฮิญาบดีขึ้น เท่าที่ไปมาหลายแห่ง เช่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย หรือแอฟริกาใต้  แต่ละแห่งมีความตระหนักและชื่นชมการรณรงค์ในเรื่องฮิญาบ และมีความพยายามที่จะจัดการรณรงค์เช่นนี้บ้าง  จะเห็นได้ว่าผู้ที่ผลักดันให้เกิดการรณรงค์นี้คือผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้จะเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นความจริง ซึ่งน่าเชื่อถือมากกว่าการกระทำอย่างอื่น”

อีวอนน์  ริดลี่ย์

           อีวอนน์  ริดลี่ย์ นักหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการข่าวช่องอิสลาม (“นิสา วาไรตี้” เคยแปลบทสัมภาษณ์ของเธอในฉบับเดือนตุลาคม 2547) ให้ความเห็นว่า “ความไม่เสมอภาคไม่ได้มีอยู่เฉพาะในกลุ่มมุสลิมเท่านั้น แต่เป็นปัญหาสากลที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผู้ไม่ประสงค์ดีได้นำประเด็นความไม่เสมอภาคนี้ขึ้นมาโจมตีอิสลาม บุคคลกลุ่มเดียวกันนี้ได้โจมตีการคลุม  ฮิญาบด้วย โดยกล่าวว่าฮิญาบเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ และความเป็นทาส การที่พี่น้องมุสลิมะฮฺปรากฏกายในชุดฮิญาบในที่สาธารณะ เท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่า ประเด็นความไม่เสมอภาคในอิสลามไม่เป็นความจริง”

            นอกจากนั้นริดลี่ย์ยังนำเสนออีกว่า “ฮิญาบไม่ได้เป็นเครื่อง หมายของการกดขี่ อันที่จริงแล้วมันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายแบบ ‘เป็นทางการ’ ของสตรีมุสลิม เมื่อสตรีมุสลิมปรากฏกาย ในชุดเช่นนี้ มีความหมายว่าผู้อื่นต้องให้เกียรติ และปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ การสวมฮิญาบให้ความหมายเป็นการเป็นงาน ดังนั้นเธอต้องได้รับการปฏิบัติต่ออย่างจริงจัง และให้ความสำคัญ การสวมชุดฮิญาบเป็นการประกาศตัวเอง ในความเป็นมุสลิมอย่าง แน่นอน” ริดลี่ย์เห็นด้วยกับเชค อัล-ฮุดด๊าด ว่า ฮิญาบเป็นวายิบ “ไม่ว่าจะแปลอัล-กุรอานอย่างไร ฮิญาบก็ยังคงเป็นวายิบอย่าง แน่นอน ถ้าการคลุมศีรษะเป็นเครื่องหมายแห่งการกดขี่อย่างที่ เชอรี บูธ และ ลอร่า บุช พูดแล้วละก็ ทำไมเธอทั้งสองไม่ไปพูดให้สำนักวาติกัน ปลดปล่อยแม่ชีนิกายโรมันแคธอลิคที่สวมผ้าคลุมศีรษะเสียเล่า ?”

            ริดลี่ย์มีเจตนาจะหมายถึงการเปิดแถลงข่าวทั่วไป เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2544 หลังจากที่อเมริการุกรานและทิ้งระเบิดในอัฟกานิสถาน ลอร่า บุช และ เชอรี บูธ พยายามให้เหตุผลว่าการกระทำของประธานาธิบดีบุช เป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยยกเรื่องการกดขี่สตรี ชาวอัฟกันที่คลุมหน้าขึ้นมาพูด และริดลี่ย์ยังเสริมอีกว่า ลอร่า และ เชอรี “ถูกสามีจอมบงการใช้ให้ออกมายืนหน้ากล้อง เพื่ออ้างเหตุผลให้การทิ้ง ระเบิดประเทศอัฟกานิสถานอย่างโหดร้าย กลายเป็นความชอบธรรม”

           ราฆ๊าด โอซามา สมาชิกสมาคมมุสลิมแห่งอังกฤษ พูดถึงสิทธิของ สตรีในอิสลาม ว่า “สตรีมีสิทธิในการรับมรดก มีสิทธิที่จะเลือกคู่ครอง และมีความเสมอภาคกับบุรุษ เหตุผลเบื้องหลังการคลุมฮิญาบ คือ ต้องการปกป้องครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานสำคัญของสังคม และทุกส่วนของสังคมต่างดำเนินการทั้งมวล เพื่อปกป้องผู้หญิงและเด็ก การ มีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานเป็นสิ่งต้องห้ามในอิสลาม  ดังนั้น อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงห้ามมุสลิมหาความสำราญจากการเล่นชู้ และห้ามมีความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง นั่นคือเราต้องสำรวมตนและมีความพอเพียง”

           สมาชิกพรรคอาวุโส ซัลมา ยะกู๊บ กล่าวว่าทุกๆ ศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนายิว พุทธศาสนา หรือศาสนาคริสต์ ต่างกล่าวถึงการสำรวมตน เธออ้างถึงทั้งจากพระคริสต์ธรรมเก่า และพระคริสต์ธรรมใหม่เกี่ยวกับการคลุมศีรษะ “มีทั้งอายะฮฺในกุรอาน ซึ่งกล่าวถึงชายผู้ศรัทธาให้ลดสายตาลงต่ำและให้สำรวมตน และยังกล่าวถึงหญิง ผู้ศรัทธาในลักษณะเดียวกันด้วย”

           ซัลมา ย๊ะกูบยังกล่าวอีกว่า “ฮิญาบคือการปกป้อง เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางสังคม อิสลามไม่ใช่ศาสนาแห่งความรุนแรง แต่มีเสรีภาพอยู่ในขอบเขต ฉันไม่ได้ถูกปิดกั้น สำหรับฉันนั่นคือความเป็นอิสระ อิสลามให้ระบบทางสังคมสำหรับการพิทักษ์ครอบครัว คือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งย่อมดีกว่าต้องมาตามแก้ปัญหาในภายหลัง นี่คือแนวความคิดสำหรับการคลุมฮิญาบ”

            แคโรลีน ลูคัส สมาชิกสภาแห่งยุโรปจากพรรคกรีน กล่าวว่า เธอได้พยายามที่จะผลักดัน ให้มีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับฮิญาบ ในสภา แห่งยุโรป และ ในระดับผู้เสนอนโยบายของ อี.ยู. ผ่านนโยบายของพรรค “เราทำงานร่วมกัน และลงมติในที่ประชุมว่า การห้ามคลุมศีรษะ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการละเมิด ข้อตกลงสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป” เธอเสริมว่าเธอได้กระตุ้นรัฐบาลฝรั่งเศส “ให้ยกเลิกการห้ามคลุมศีรษะ และให้หาหนทางที่จะแก้ไขเรื่องโอกาส ในการนับถือศาสนา และปัญหาชนกลุ่มน้อยต่างเชื้อชาติ”

ฮิญาบไม่ได้เป็นเครื่อง หมายของการกดขี่

อันที่จริงแล้วมันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายแบบ

 ‘เป็นทางการ’ ของสตรีมุสลิม เมื่อสตรีมุสลิมปรากฏกายในชุดเช่นนี้

 มีความหมายว่า ผู้อื่นต้องให้เกียรติ  และปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ

 

ฮิญาบคือการปกป้อง

 เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางสังคม

 อิสลามไม่ใช่ศาสนาแห่งความรุนแรง

 แต่มีเสรีภาพอยู่ในขอบเขต


สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547
Copyright ? 2004 Nisa Variety Magazine.
Global Standard Quality By MnetSolution: อีกผลงานระดับคุณภาพของ MnetSolution.com